สุขศึกษา ป.3 เทอม 2

mom's picture

 

ข้อที่ 1คำชี้แจง   เขียน    ‘’จริง’’   หรือ   ‘’ผิด’’   หน้าข้อความต่อไปนี้

.........................................1.ไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

.........................................2. การติดต่อของไข้หวัดใหญ่โดยการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย

.........................................3.วิธีการป้องกันไข้หวัดใหญ่โดยปิดปากตัวเองเวลาไอหรือจาม

........................................ 4. อาการของไข้หวัดใหญ่มีไข้   เบื่ออาหาร   อาเจียน

........................................ 5. การรักษาโดยการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง

........................................ 6.โรคอีสุกอีใส เกิดจากเชื้อไวรัส

.........................................7. การติดต่อของโรคอีสุกอีใส โดยการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย

........................................ 8. วิธีการป้องกันโรคอีสุกอีใส โดยฉีดวัคซีน

........................................ 9. อาการของโรคอีสุกอีใส มีไข้   มีผื่นคันตามผิวหนัง

........................................ 10.การรักษาโดยการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง

ข้อที่ 2ให้นักเรียนแยกโรคติดต่อและไม่ติดต่อ  โรคไข้หวัดใหญ่    โรคหัวใจ  โรคคางทูม  โรคมะเร็ง โรคอีสุกอีใส    โรคกระเพาะอาหารอักเสบ  โรคหัด  โรคภูมิแพ้

โรคติดต่อ

โรคไม่ติดต่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อที่ 3

ให้นักเรียนนำคำหรือข้อความที่กำหนดให้ลงตามหมู่อาหารให้ถูกต้อง  

เนื้อปลา   ข้าวเหนียว   ผักบุ้ง   ส้มเขียวหวาน   แตงกวา   เนยแข็ง  ไข่ไก่ 

 แตงโม   ข้าวสวย      น้ำมันปาล์ม   เผือก   คะน้า   ฝรั่ง   น้ำมันถั่วเหลือง  นมสด

อาหารหลัก  5  หมู่

หมู่ที่ 1 ....................................................................................................................

หมู่ที่ 2....................................................................................................................

หมู่ที่ 3....................................................................................................................

หมู่ที่ 4...................................................................................................................

หมู่ที่ 5 ..................................................................................................................

ข้อที่ 4

ให้นักเรียนนำคำหรือข้อความที่กำหนดให้ลงตามประเภทอาหารและสัดส่วนปริมาณอาหารตาม

ธงโภชนาการพร้อมกับวาดภาพระบายสีประกอบให้ถูกต้องและสวยงาม

 แป้ง-ข้าว ปริมาณมากที่สุด  คือ คาร์โบไฮเดรต   ซึ่งเป็นแหล่งพลังงาน

 พืช ผัก ผลไม้ รับประทานรองลงมา ให้วิตามิน แร่ธาตุ

เนื้อสัตว์ นม ถั่ว รับประทานพอประมาณ ให้โปรตีน

น้ำมัน น้ำตาล เกลือ รับประทานเท่าที่จำเป็น

 

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อที่ 5

ให้นักเรียนเขียนอาหาร 3 มื้อ ที่ควรรับประทาน ลงในแผนภาพ จากนั้นเขียนส่วนประกอบของหาร

ลงในธงโภชนาการ

 

 

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อที่ 6

ให้นักเรียนแยกโรคที่เกิดกับฟันและโรคที่ไม่ได้เกิดกับฟัน จากข้อความที่กำหนดให้

 โรคตาแดง   โรครำมะนาด  โรคคอตีบ     โรคปริทนต์    โรคบาดทะยัก  เหงือกอักเสบ

 โรคไอกรน    โรคแมงกินฟัน      โรคเลือดออกตามไรฟัน    โรคพิษสุนัขบ้า

 

โรคที่เกิดกับฟัน

โรคอื่น ๆ

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อที่ 7

ใบงานเรื่อง การแปรงฟันและประโยชน์ของการแปรงฟันอย่างถูกวิธี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อที่ 8ให้นักเรียนเขียนเครื่องหมาย  O  ทับตัวอักษรหน้าคำตอบที่ถูกต้อง

         1. การแปรงฟันที่ถูกวิธีตรงกับข้อใด

            ก. ฟันบนให้ปัดขนแปรงขึ้น

            ข. ฟันล่างให้ปัดขนแปลงลง

           ค. ฟันบนและล่างให้วางขนแปรงบนฟันถูไป-มา

          ง. ฟันกรามให้วางขนแปรงบนตัวฟันและถูไป-มา

       2. หลังการแปรงฟันควรปฏิบัติอย่างไร

             ก. แปรงลิ้นทุกครั้ง

            ข. อมเกลือทุกครั้ง

            ค. ดื่มฟลูออไรด์

            ง. แปรงเหงือก

     3. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับประเภทของฟัน

            ก. ฟันแท้ซี่แรกขึ้นเมื่อฟันน้ำนมซี่สุดท้ายหัก

            ข. ฟันแท้เป็นฟันชุดที่ขึ้นมาแทนฟันน้ำนม

            ค. ถ้าฟันแท้หลุดหรือหักไปจะงอกขึ้นใหม่อีก

           ง. ฟันน้ำนมจะเริ่มหลุดเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น

    4. ข้อใดเป็นการปฏิบัติตนเพื่อดูแลรักษาฟันที่ดีที่สุด

          ก. ใช้น้ำยาบ้วนปากทุกวัน

         ข. เลือกใช้ยาสีฟันและแปรงสีฟันที่มีราคาแพง

         ค. แปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร

        ง. รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ

    5. การแปรงฟันอย่างถูกวิธีควรปฏิบัติอย่างไร

          ก. แปรงฟันทุกซี่ทั้งด้านในและด้านนอก

         ข. แปรงฟันด้านนอกเพียงด้านเดียว

         ค. แปรงฟันเฉพาะด้านในของฟัน

         ง. แปรงฟันด้านนอกครบทุกซี่

6. การปฏิบัติตนในข้อใดทำให้ฟันมีสุขภาพดี

      ก. บ้วนปากทุกวัน

     ข. รับประทานขนมหวานเป็นประจำ

      ค. แปรงฟันหลังตื่นนอนและก่อนเข้านอน

     ง. ใช้ฟันกัดของแข็งอยู่เสมอ

 

7. การดูแลรักษาฟันอย่างถูกวิธีมีประโยชน์อย่างไร

     ก. ฟันเรียงเป็นระเบียบ

     ข. ฟันสะอาดแข็งแรง

     ค. ฟันมีความคมมาก

     ง. ทำให้ยิ้มสวย

8. ข้อใดเป็นการเก็บแปรงสีฟันที่ถูกวิธี

     ก. นำไปตากแดดทุกครั้งหลังแปรงเสร็จ

     ข. เก็บไว้ในกล่องให้มิดชิด

     ค. คว่ำขนแปรงลง

     ง. หงายขนแปรงขึ้น

9. ฟันที่แข็งแรงมีประโยชน์อย่างไร

     ก. รับรสชาติอาหารต่างๆ ได้ดี

     ข. พูดออกเสียงดังชัดเจน

     ค. เคี้ยวอาหารได้ละเอียด

     ง. มีหน้าตาที่สวยงาม

10. ฟันมีหน้าที่สำคัญอย่างไร

      ก. ป้องกันเหงือกได้รับอันตราย

      ข. บดเคี้ยวอาหาร

      ค. ใช้ฉีกของแข็ง

      ง. รับรสอาหาร

11. ข้อใดไม่ใช่วิธีปฐมพยาบาลผู้ที่มีแผลฟกช้ำ

     ก. ประคบด้วยน้ำร้อนหลังจากบาดเจ็บ 1 วัน

     ข. ใช้ถุงใส่น้ำแข็งประคบบริเวณบาดเจ็บ

     ค. ประคบด้วยกระเป๋าน้ำแข็ง

     ง. ใส่ยาใส่แผลสด

12. ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของการปฐมพยาบาลแผลถลอก

     ก. ใส่ยาใส่แผลสด

     ข. ล้างแผลด้วยน้ำร้อน

     ค. ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง

     ง. นำผ้ามาปิดบาดแผลทันที

 

 

13. การปฐมพยาบาลในข้อใดไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง

     ก. แผลถลอกจากการหกล้ม

     ข. แขนหักจากการตกต้นไม้

     ค. ถูกมีดเหลาดินสอบาด

     ง. หกล้มหัวชนโต๊ะ

14. การปฐมพยาบาลคนขาหักควรทำด้วยวิธีใด

     ก. การเข้าเฝือกชั่วคราว

     ข. นำผ้ามากดที่บาดแผล

     ค. ทายาหม่องหรือขี้ผึ้ง

     ง. ประคบด้วยน้ำแข็ง

15. ข้อใดเป็นวิธีการห้ามเลือดที่ไม่ถูกต้อง

     ก. ใช้เชือกรัดบริเวณใต้แผล

     ข. ใช้ผ้าหนาๆ กดทับบริเวณบาดแผล

     ค. ใช้น้ำแข็งสะอาดกดบริเวณบาดแผล

     ง. กดบาดแผลโดยใช้หัวแม่มือ

16. การปฐมพยาบาลมีประโยชน์อย่างไร

     ก. แพทย์ไม่ต้องทำการรักษา

     ข. บรรเทาความเจ็บปวด

     ค. ป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บอีก

     ง. หายจากการบาดเจ็บโดยทันที

17. ถ้าไม่มีการปฐมพยาบาลจะเกิดผลอย่างไร

     ก. เสียค่ารักษาพยาบาลน้อย

     ข. หายจากการบาดเจ็บเร็วขึ้น

     ค. อาการบาดเจ็บอาจรุนแรงขึ้น

     ง. แพทย์ไม่สามารถทำการรักษาได้

18. ข้อใดปฐมพยาบาลแผลถลอกได้ถูกต้อง

     ก. นำพลาสเตอร์ยามาปิดแผลทันที

     ข. หมั่นล้างแผลด้วยน้ำสะอาดบ่อยๆ

     ค. รีบห้ามเลือดทันทีที่มีบาดแผลเกิดขึ้น

     ง. เช็ดรอบแผลด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผล

 

 

19. นักเรียนไม่ควรวิ่งเล่นในสถานที่ใด

     ก. สนามเด็กเล่น

     ข. สวนสาธารณะ

     ค. สถานที่ก่อสร้าง

     ง. สนามหญ้าหน้าบ้าน

20. ถ้าเพื่อนข้อเท้าเคล็ดนักเรียนควรปฏิบัติตามข้อใดเป็นอันดับแรก

      ก. ทายาหม่องหรือขี้ผึ้ง

      ข. ใช้ถุงใส่น้ำแข็งประคบ

      ค. ใช้ขวดใส่น้ำร้อนประคบ

      ง. ใช้แอลกอฮอล์ทาบริเวณที่บาดเจ็บ

21. นักเรียนไม่ควรวิ่งเล่นในสถานที่ใด

     ก. สนามหญ้าหน้าบ้าน

     ข. สถานที่ก่อสร้าง

     ค. สนามเด็กเล่น

     ง. สวนสาธารณะ

22. ถ้าเพื่อนข้อเท้าเคล็ดนักเรียนควรปฏิบัติตามข้อใดเป็นอันดับแรก

     ก. ใช้แอลกอฮอล์ทาบริเวณที่บาดเจ็บ

     ข. ใช้ขวดใส่น้ำร้อนประคบ

     ค. ใช้ถุงใส่น้ำแข็งประคบ

     ง.  ทายาหม่องหรือขี้ผึ้ง

23. ข้อใดไม่ใช่วิธีปฐมพยาบาลผู้ที่มีแผลฟกช้ำ

     ก. ใส่ยาใส่แผลสด

     ข. ประคบด้วยกระเป๋าน้ำแข็ง

     ค. ใช้ถุงใส่น้ำแข็งประคบบริเวณบาดเจ็บ

     ง.  ประคบด้วยน้ำร้อนหลังจากบาดเจ็บ 1 วัน

24. ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของการปฐมพยาบาลแผลถลอก

     ก. ใส่ยาใส่แผลสด

     ข. ล้างแผลด้วยน้ำร้อน

     ค. นำผ้ามาปิดบาดแผลทันที

     ง.  ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง  

 

 

25. ข้อใดปฐมพยาบาลแผลถลอกได้ถูกต้อง

     ก. นำพลาสเตอร์ยามาปิดแผลทันที

     ข. หมั่นล้างแผลด้วยน้ำสะอาดบ่อยๆ

     ค. เช็ดรอบแผลด้วยแอลกอฮอล์ล้างแผล

     ง. รีบห้ามเลือดทันทีที่มีบาดแผลเกิดขึ้น    

26. ข้อใดเป็นวิธีการห้ามเลือดที่ไม่ถูกต้อง

     ก. ใช้เชือกรัดบริเวณใต้แผล

     ข. กดบาดแผลโดยใช้หัวแม่มือ

     ค. ใช้ผ้าหนาๆ กดทับบริเวณบาดแผล

     ง. ใช้น้ำแข็งสะอาดกดบริเวณบาดแผล

27. การปฐมพยาบาลในข้อใดไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง

     ก. แผลถลอกจากการหกล้ม

     ข. แขนหักจากการตกต้นไม้

     ค. ถูกมีดเหลาดินสอบาด

     ง. หกล้มหัวชนโต๊ะ

28. การปฐมพยาบาลคนขาหักควรทำด้วยวิธีใด

     ก. นำผ้ามากดที่บาดแผล

     ข. ประคบด้วยน้ำแข็ง

     ค. ทายาหม่องหรือขี้ผึ้ง

     ง. การเข้าเฝือกชั่วคราว

29. การปฐมพยาบาลมีประโยชน์อย่างไร

     ก. บรรเทาความเจ็บปวด

     ข. แพทย์ไม่ต้องทำการรักษา

     ค. หายจากการบาดเจ็บโดยทันที

     ง. ป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บอีก

30. ถ้าไม่มีการปฐมพยาบาลจะเกิดผลอย่างไร

     ก. เสียค่ารักษาพยาบาลน้อย

     ข. หายจากการบาดเจ็บเร็วขึ้น

     ค. อาการบาดเจ็บอาจรุนแรงขึ้น

     ง. แพทย์ไม่สามารถทำการรักษาได้

 

 

 

 

 

 

 

 

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน  (Pre-Test)

1.     ง                                   2.     ค                                   3.    ข                                  4.    ก                                    5.  ก

6.     ข                                   7.     ค                                   8.    ง                                     9.    ค                                10.  ข

 

 

 

 

 

 

   

 

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน  (Post-Test)

1.     ข                                   2.     ค                                   3.    ก                                  4.    ง                                     5.  ค

6.     ก                                   7.     ข                                   8.    ง                                     9.    ก                                10.  ค